ในปัจจุบัน หลายๆ องค์กรได้มีการตระหนักถึง Carbon Footprint กันมากขึ้น เนื่องจากเป็นตัวชี้วัดว่าในแต่ละองค์กรมีส่วนช่วยในการลดการผลิตก๊าซเรือนกระจกได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งแต่ละองค์กรก็จะมีนโยบายทั้งในระดับบริษัทและระดับพนักงาน เพื่อเป็นแนวทางในการลด Carbon Footprint แตกต่างกันไป เพราะความสำคัญของภาวะโลกร้อนนั้น ไม่ได้จำกัดเพียงแค่แต่ละบุคคลเท่านั้น แต่ถ้าหากแต่ละองค์กรมีส่วนร่วม ก็จะช่วยให้โลกของเราน่าอยู่มากยิ่งขึ้น
Carbon Footprint คืออะไร
Carbon Footprint คือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมาจากกิจกรรมของมนุษย์ เริ่มตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวัน จนไปถึงการขนส่ง คมนาคม การผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน (Global Warming) ดังนั้นหากเราสามารถลดการเกิด Carbon Footprint ได้ ก็จะทำปริมาณการเกิดก๊าซเรือนกระจกลดลงด้วยเช่นกัน
Carbon Footprint มีกี่ประเภท
ในปัจจุบันหลายๆหน่วยงานก็มีการแจ้งบนผลิตภัณฑ์หรือบริการต่างๆ ว่าในสินค้าและบริการของแต่ละองค์กรนั้นมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากน้อยเพียงใด โดยจะมีเครื่องหมาย Carbon Footprint แสดงข้อมูลให้ได้ทราบว่าตลอดวัฏจักรของผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่าไหร่
1. Carbon Footprint ของบริการ
คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่ปล่อยออกมาในการให้บริการนั้นๆ (ผลิตภัณฑ์ + องค์กร)
2. Carbon Footprint ขององค์กร
คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมการดำเนินงานขององค์กร
การลดปริมาณ Carbon Footprint
สำหรับองค์กรที่ได้ริเริ่มในการทำ Carbon Footprint นั้นก็จะช่วยให้มองเห็นภาพว่าแต่ละกระบวนการในการผลิตสินค้า หรือส่งออกสินค้าสู่ตลาด มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากน้อยเพียงใด เพื่อให้สามารถวางแผนในการจัดการคาร์บอนและลดการใช้คาร์บอนเพื่อให้องค์กรได้เติบโตอย่างยั่งยืน
ซึ่งแนวคิดในเรื่อง Carbon Footprint นั้นได้เริ่มดำเนินการในหลายประเทศแล้ว เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความได้เปรียบในธุรกิจ ก็ยังมีส่วนในการรับผิดชอบต่อสังคมอีกด้วย เป็นสร้างการรับรู้และการสื่อสารที่ดีระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคนำไปสู่ความยั่งยืนให้กับธุรกิจได้นั่นเอง

ที่มา: https://techsauce.co/news/carbon-footprint-to-climate-change