03
ต.ค. 2567
ปรับพฤติกรรมห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

ปรับพฤติกรรมห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

          ในยุคปัจจุบันที่โลกหมุนเร็วขึ้นและการใช้ชีวิตในแต่ละวันเต็มไปด้วยความเร่งรีบ การดูแลสุขภาพกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม หลายคนมักละเลยเรื่องการกิน การออกกำลังกาย และพฤติกรรมที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม ส่งผลให้เกิดโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือที่เรียกว่า NCDs (Non-Communicable Diseases) โรคกลุ่มนี้ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต่เป็นผลจากพฤติกรรมและการใช้ชีวิตที่ขาดการดูแลอย่างเหมาะสม หากเราตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงและปรับพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้ ก็จะสามารถลดโอกาสเกิดโรค NCDs และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

 NCDs คืออะไร?

            โรค NCDs หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง คือโรคกลุ่มที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่ไม่ระมัดระวังในเรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่มีการแพร่กระจายเชื้อจากคนสู่คน แต่เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การขาดการออกกำลังกาย การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และการนอนหลับที่ไม่เพียงพอ ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขชี้ให้เห็นว่า อัตราผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานที่มักมีพฤติกรรมเสี่ยงสะสมมานานหลายปี

พฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิด NCDs

จากข้อมูลที่ได้รับ โรค NCDs มักเกิดจาก 4 พฤติกรรมเสี่ยงหลัก ดังต่อไปนี้

  1. การนอนดึกและความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอและความเครียดสะสมทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
  1. การดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ สารพิษจากการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมและเกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคระบบทางเดินหายใจ
  1. การขาดการออกกำลังกาย การไม่ออกกำลังกายทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง เสี่ยงต่อโรคอ้วนและโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน
  1. การรับประทานอาหารรสจัด การกินอาหารที่มีรสเค็มจัด หวานจัด และมันมากเกินไป ทำให้ร่างกายมีการสะสมไขมัน โซเดียม และน้ำตาลเกินความจำเป็น ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน

โรค NCDs ที่พบบ่อยในประเทศไทย

จากพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าว โรค NCDs ที่พบบ่อยในประเทศไทยมีมากถึง 6 โรค ได้แก่

1.โรคหลอดเลือดสมอง     
เกิดจากการที่หลอดเลือดในสมองตีบหรือแตก ทำให้สมองขาดเลือดและออกซิเจน ผู้ป่วยมักมีอาการเป็นอัมพาต

2.โรคหัวใจและหลอดเลือด                                 
เกิดจากหลอดเลือดตีบแข็ง ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี อาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว

3.โรคความดันโลหิตสูง             
การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูงและการขาดการออกกำลังกายเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้เกิดโรคนี้

4.โรคเบาหวาน
การกินน้ำตาลมากเกินไปและการที่ร่างกายขาดการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างเหมาะสม ส่งผลให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง

5.โรคมะเร็ง
โดยเฉพาะมะเร็งปอดที่เกิดจากการสูบบุหรี่ และมะเร็งตับที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์

6.โรคอ้วนลงพุง
การสะสมไขมันในร่างกายมากเกินไปจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและเบาหวาน

ปรับพฤติกรรมลดความเสี่ยง

            การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs แนวทางการปรับพฤติกรรมสามารถทำได้ดังนี้

1.ลดการบริโภคเกลือและโซเดียม
ควรจำกัดปริมาณการบริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,500 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อป้องกันภาวะความดันโลหิตสูง

2.ลดการบริโภคน้ำตาล
จำกัดปริมาณน้ำตาลที่บริโภคไม่เกิน 20 กรัมต่อวัน เพื่อป้องกันโรคเบาหวานและภาวะอ้วน

3.ควบคุมปริมาณและประเภทอาหาร
ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง

4.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
แนะนำให้ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายและป้องกันโรคอ้วน

5.หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่
เพราะสารพิษจากทั้งสองสิ่งนี้ทำให้เกิดโรคร้ายแรงหลายอย่าง

6.ตรวจสุขภาพประจำปี
การตรวจสุขภาพเป็นประจำจะช่วยให้รู้ทันปัญหาสุขภาพในระยะเริ่มต้น ทำให้สามารถป้องกันและรักษาได้อย่างทันท่วงที

            การปรับพฤติกรรมเพื่อห่างไกลจากโรค NCDs เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ แม้การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในช่วงแรกอาจดูยากลำบาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือสุขภาพที่ดีและอายุยืนยาว การลดความเสี่ยงจากโรคเรื้อรังเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยตัวเอง แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และเป็นการส่งเสริมให้ครอบครัวและสังคมมีสุขภาพดีขึ้นอย่างยั่งยืน