ในยุคปัจจุบันที่โลกหมุนเร็วขึ้นและการใช้ชีวิตในแต่ละวันเต็มไปด้วยความเร่งรีบ การดูแลสุขภาพกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม หลายคนมักละเลยเรื่องการกิน การออกกำลังกาย และพฤติกรรมที่ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม ส่งผลให้เกิดโรคที่ไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือที่เรียกว่า NCDs (Non-Communicable Diseases) โรคกลุ่มนี้ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต่เป็นผลจากพฤติกรรมและการใช้ชีวิตที่ขาดการดูแลอย่างเหมาะสม หากเราตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงและปรับพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้ ก็จะสามารถลดโอกาสเกิดโรค NCDs และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น
โรค NCDs หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง คือโรคกลุ่มที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่ไม่ระมัดระวังในเรื่องการดูแลสุขภาพ ไม่มีการแพร่กระจายเชื้อจากคนสู่คน แต่เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การกินอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การขาดการออกกำลังกาย การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และการนอนหลับที่ไม่เพียงพอ ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขชี้ให้เห็นว่า อัตราผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานที่มักมีพฤติกรรมเสี่ยงสะสมมานานหลายปี
จากข้อมูลที่ได้รับ โรค NCDs มักเกิดจาก 4 พฤติกรรมเสี่ยงหลัก ดังต่อไปนี้
จากพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าว โรค NCDs ที่พบบ่อยในประเทศไทยมีมากถึง 6 โรค ได้แก่
1.โรคหลอดเลือดสมองการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค NCDs แนวทางการปรับพฤติกรรมสามารถทำได้ดังนี้
1.ลดการบริโภคเกลือและโซเดียม
ควรจำกัดปริมาณการบริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,500 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อป้องกันภาวะความดันโลหิตสูง
2.ลดการบริโภคน้ำตาล
จำกัดปริมาณน้ำตาลที่บริโภคไม่เกิน 20 กรัมต่อวัน เพื่อป้องกันโรคเบาหวานและภาวะอ้วน
3.ควบคุมปริมาณและประเภทอาหาร
ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง
4.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
แนะนำให้ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายและป้องกันโรคอ้วน
5.หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่
เพราะสารพิษจากทั้งสองสิ่งนี้ทำให้เกิดโรคร้ายแรงหลายอย่าง
6.ตรวจสุขภาพประจำปี
การตรวจสุขภาพเป็นประจำจะช่วยให้รู้ทันปัญหาสุขภาพในระยะเริ่มต้น ทำให้สามารถป้องกันและรักษาได้อย่างทันท่วงที
การปรับพฤติกรรมเพื่อห่างไกลจากโรค NCDs เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ แม้การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในช่วงแรกอาจดูยากลำบาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือสุขภาพที่ดีและอายุยืนยาว การลดความเสี่ยงจากโรคเรื้อรังเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยตัวเอง แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และเป็นการส่งเสริมให้ครอบครัวและสังคมมีสุขภาพดีขึ้นอย่างยั่งยืน