04
ก.พ. 2568
เริ่มต้นปีกับหลักบริหารเงินที่ดี

           การเริ่มต้นปีใหม่เป็นโอกาสที่ดีในการตั้งเป้าหมายใหม่ ๆ ให้กับชีวิต ซึ่งหลายคนก็อาจตั้งเป้าเป็นการเก็บออมเงินให้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการบริหารการเงินจึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการเก็บออมและการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เราสามารถวางแผนในการเก็บเงินและสร้างความมั่นคงให้กับตนเองได้ และถึงแม้ว่าหลายคนอาจมองว่าการบริหารเงินเป็นเรื่องซับซ้อน แต่หากเรามีหลักการที่ชัดเจนและปฏิบัติตามอย่างสม่ำเสมอ ก็จะสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินได้ง่ายขึ้น

3 แนวทางสู่การบริหารการเงินที่ดี

           ก่อนจะเข้าสู่สูตรการบริหารเงิน เรามาเริ่มจากการทำความเข้าใจหลักการพื้นฐาน 3 ประการ ที่ช่วยจัดการเงินของเราอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

1.เก็บออม: การออมเงินเป็นก้าวแรกของการสร้างความมั่นคงทางการเงิน เพราะการมีเงินออมจะช่วยให้เรามีเงินสำรองในยามฉุกเฉิน และเพิ่มความมั่นคงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสในอนาคต หลักการง่าย ๆ คือ "แบ่งเงินเก็บก่อนใช้จ่าย" โดยอาจเริ่มต้นจากแบ่งเงินออมออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่:
  • เงินเก็บ เช่น การเก็บไว้เพื่อซื้อบ้าน รถยนต์ หรือแผนเกษียณ
  • เงินสำหรับใช้จ่าย สำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น การเจ็บป่วยหรือซ่อมแซมรถ หรือบ้าน
2. เลือกใช้: การจัดลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เรามีเงินออม โดยเลือกใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นก่อน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือค่าสาธารณูปโภค หากต้องการใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น เช่น การซื้อของฟุ่มเฟือย ควรเปรียบเทียบและพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนเสมอ

3.ขยายโอกาส: การลงทุนเป็นวิธีที่ช่วยให้เงินของเราเติบโตในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้น กองทุนรวม หรืออสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตามควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อให้เหมาะสมกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ 

How to สูตรบริหารเงิน 4 ส่วน

  • ส่วนที่ 1: 10% (ให้รางวัลตัวเอง) เราสามารถใช้จ่ายเงินในส่วนนี้เพื่อซื้อของที่อยากได้ หรือไปร้านอาหารที่ชอบ เป็นการให้รางวัลตัวเอง ทั้งนี้หากใช้เงินไม่ถึง 10% ก็สามารถนำส่วนที่เหลือมาเก็บออมหรือลงทุนเพิ่มได้
  • ส่วนที่ 2: 20% (เงินเก็บหรือลงทุน) เงินส่วนนี้ควรนำไปใช้ในการออมระยะยาวหรือการลงทุนที่มีเป้าหมายชัดเจน เช่น การฝากประจำ กองทุนรวม หรือหุ้น โดยเริ่มต้นจากสิ่งที่เรามั่นใจและศึกษาข้อมูลมาอย่างดีแล้ว สำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการลงทุน อาจเริ่มต้นจากการออมในบัญชีเงินฝากที่มีดอกเบี้ยสูง และค่อย ๆ พัฒนาความรู้ด้านการลงทุนต่อไปในอนาคต
  • ส่วนที่ 3: 30% (จ่ายภาระหนี้สิน) เงินส่วนนี้ควรนำไปชำระหนี้สินที่มีอยู่ เช่น หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือหนี้บ้าน การจัดการหนี้สินอย่างมีวินัยจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว และทำให้เรามีเงินเหลือสำหรับสิ่งอื่น ๆ มากขึ้น
  • ส่วนที่ 4: 40% (ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น) เป็นค่าใช้จ่ายสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าสาธารณูปโภค และเพื่อไม่ให้สถานการณ์ทางการเงินตึงจนเกินไป ควรแบ่งออกมาจากส่วนนี้ประมาณ 5%-10% เป็นงบประมาณสำหรับการใช้จ่ายเพื่อไลฟ์สไตล์ความสุขส่วนตัว เช่น การท่องเที่ยว หรือการสังสรรค์ โดยที่เราควรบริหารการใช้จ่ายอย่างมีสติและไม่เกินกว่าที่กำหนด

                   การบริหารการเงินอาจดูเหมือนเป็นเรื่องท้าทาย แต่หากเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนและปฏิบัติตามแนวทางที่เหมาะสม ก็จะทำให้เป็นเรื่องง่ายและสนุก การแบ่งเงินตามสูตร 4 ส่วนนี้ไม่เพียงจะช่วยให้เราจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยสร้างนิสัยการออมและการลงทุนที่ดีในระยะยาวได้อีกด้วย เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เพื่ออนาคตทางการเงินที่ดีและมั่นคง