11
มิ.ย. 2568
How to จัดระเบียบบ้านให้ดูกว้างและน่าอยู่

          บ้านควรเป็นสถานที่แห่งความผ่อนคลาย เป็นที่พักใจหลังจากการทำงานหรือการเรียนที่เหนื่อยล้า แต่หากบ้านเต็มไปด้วยข้าวของที่ไม่เป็นระเบียบ เดินทีต้องหลบสิ่งของ มองไปทางไหนก็เจอของรกตา ก็ยากที่เราจะรู้สึก “อยู่สบาย” ได้อย่างแท้จริง หากเริ่มรู้สึกว่าบ้าน “แน่นเกินไป” หรือ “อึดอัด” มากกว่าจะเป็นที่พักผ่อน มาดูกันว่าเพียง 5 ขั้นตอนง่าย ๆ ที่จะทำให้บ้านดูกว้าง น่าอยู่ และเป็นระเบียบขึ้น มีอะไรบ้าง

1. รื้อของแล้วจัดใหม่

ไม่เริ่มจากศูนย์ แต่เริ่มจากความชัดเจน ก่อนจะจัดอะไรใหม่ ต้องรู้ก่อนว่ามีอะไรบ้าง! การ “รื้อของ” หรือเคลียร์สิ่งของออกจากพื้นที่เดิม ช่วยให้เห็นภาพรวมของสิ่งที่เราสะสมไว้ โดยเฉพาะของที่อาจลืมไปแล้วว่าเคยมี เช่น ของในลิ้นชักลึก ๆ หรือบนหลังตู้ที่ไม่ได้เปิดมานาน การรื้อของควรทำแบบมีระบบ เช่น

  • แยกของออกเป็นหมวดหมู่ก่อนจัด เช่น ของใช้ประจำวัน ของตกแต่ง ของสำรอง

  • ทำทีละห้อง เช่น วันนี้เริ่มจากห้องนอน พรุ่งนี้ห้องน้ำ เพื่อไม่ให้รู้สึกท้อ

  • ระหว่างรื้อควรมี “ถุงทิ้ง” และ “กล่องเก็บ” เตรียมไว้เลย

2. ทิ้งของที่ไม่ได้ใช้

อย่ายึดติดกับของที่ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้น เมื่อรื้อของแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ “กล้าที่จะทิ้ง” เพราะการมีของที่ไม่จำเป็นอยู่ในบ้าน จะทำให้บ้านดูแคบ รวมถึงสิ่งของที่คิดว่า “เผื่อจะได้ใช้” ทั้งที่ไม่ได้ใช้มานานเป็นปี ๆ ก็ควรทิ้งหรือบริจาคด้วย เช่น:

  • เสื้อผ้าที่ไม่ได้ใส่แต่ยังเก็บไว้เพราะเสียดาย

  • อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสียแล้วแต่คิดว่าเดี๋ยวซ่อม

  • ของที่ซื้อมาซ้ำเพราะลืมว่าเคยมี

สำหรับใครที่ยังมีความลังเล ว่าจะทิ้งหรือเก็บดี ลองถามตัวเองสั้น ๆ ว่า “ของชิ้นนี้สร้างประโยชน์ในชีวิตประจำวันไหม?” โดยสามารถใช้เกณฑ์นี้เพื่อช่วยในการตัดสินใจ:

  • ทิ้ง: ถ้าพัง เสียหาย ซ่อมไม่ได้

  • บริจาค: ถ้ายังใช้ได้ แต่เราไม่ได้ใช้

  • ขายต่อ: ของสภาพดีที่ไม่จำเป็นสำหรับเราแล้ว

3. จัดหมวดหมู่สิ่งของ

ของทุกชิ้นควรมีที่อยู่ และของประเภทเดียวกันควรอยู่ด้วยกัน

หลังจากเหลือแต่ของจำเป็นแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการจัดหมวดหมู่สิ่งของให้เป็นระเบียบ เช่น:

  • ของใช้ประจำวัน: ควรอยู่ในที่ที่หยิบง่าย

  • ของใช้เฉพาะกิจ: เก็บไว้ในที่ที่ไม่เกะกะ เช่น ชั้นวางของสูง ๆ หรือใต้เตียง

  • ของสำรองหรือของใช้เป็นครั้งคราว: เก็บรวมไว้ในกล่อง หรือลัง พร้อมป้ายกำกับ

เมื่อหมวดหมู่ชัดเจน บ้านจะดูโล่งขึ้นทันที เพราะไม่มีของกระจายแบบไร้ทิศทาง และการใช้ชีวิตก็สะดวกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

4. ติดป้ายแยกประเภท

ลดเวลาค้นหา และช่วยให้บ้านไม่กลับมารกซ้ำ แม้จะจัดบ้านเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าไม่มีระบบบอกให้รู้ว่า “อะไรอยู่ที่ไหน” ก็อาจกลับมารกใหม่ได้ในไม่กี่วัน โดยเฉพาะบ้านที่มีสมาชิกหลายคน การติดป้ายจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การจัดบ้านมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง เช่น:

  • กล่องใส่ของเขียนว่า “ของใช้ห้องน้ำ” หรือ “สายไฟและชาร์จเจอร์”

  • ลิ้นชักเขียนว่า “เครื่องเขียน” หรือ “บิลและเอกสาร”

  • ตู้เก็บของมีป้ายแบ่งเป็น “อุปกรณ์ทำความสะอาด” “อุปกรณ์งานฝีมือ” เป็นต้น

การติดป้ายอาจดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ช่วยให้:

  • หาของง่าย ไม่เสียเวลา

  • เก็บเข้าที่ได้ทันที ไม่ต้องคิดมาก

  • ปลูกฝังวินัยในบ้านให้สมาชิกทุกคน

5. สร้างนิสัยจัดเก็บสิ่งของ

ระเบียบที่ยั่งยืน เริ่มจากพฤติกรรมของเราเอง บ้านจะน่าอยู่ในระยะยาวได้ ก็ต่อเมื่อทุกคนในบ้านร่วมมือกันรักษาความเรียบร้อยไว้ การจัดบ้านไม่ใช่เรื่องของ “การจัดครั้งเดียว” แล้วจบ แต่คือการสร้างวินัยเล็ก ๆ ทุกวัน เช่น:

  • หยิบของแล้วต้องเก็บเข้าที่ทุกครั้ง

  • มีเวลาสำรวจบ้านสัปดาห์ละ 1 วันเพื่อรีเช็กความเรียบร้อย

  • แบ่งหน้าที่การดูแล เช่น เด็กเก็บของเล่นเอง พ่อแม่เก็บของในห้องครัว

นิสัยเหล่านี้เมื่อฝึกบ่อย ๆ ก็จะกลายเป็นกิจวัตรโดยไม่ต้องฝืน และบ้านของคุณก็จะ “เป็นระเบียบอยู่เสมอ” ไม่ใช่แค่เพียงหลังจากจัดใหม่ หรือสำหรับใครที่กำลังมองหาอุปกรณ์จัดเก็บที่ใช้งานง่ายและราคาย่อมเยา ก็สามารถมาชอปได้ที่ร้าน MR. D.I.Y. ซึ่งมีสินค้าให้เลือกมากมาย เช่น:

  • กล่องเก็บของหลากขนาด

  • ชั้นวางแบบติดผนัง

  • ลิ้นชักพลาสติกแยกประเภท

  • ตะขอแขวนของอเนกประสงค์

         อุปกรณ์เหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้จัดของได้สะดวก แต่ยังเพิ่มความน่าอยู่ให้บ้านโดยไม่ต้องลงทุนเยอะอีกด้วย การจัดระเบียบบ้าน ไม่ใช่แค่การ “ทำความสะอาด” แต่คือการจัดการกับความรู้สึก และความเคยชินกับการวางของไว้ตามที่ต่าง ๆ จนทำให้บ้านดูรก หากพร้อมจะเริ่มจัดบ้านวันนี้ บ้านที่ดูกว้าง โล่ง และน่าอยู่ ก็จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป